จากบทความที่แล้ว ผมได้พูดเรื่องของการใช้ Data Table มาวิเคราะห์คุณค่าของเวลาไปแล้ว… เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ในบทความนี้ผมจะแสดงตัวอย่างการสร้างตารางสรุปยอดผ่อนเงินกู้ เมื่ออัตราดอกเบี้ยและระยะเวลากู้เปลี่ยนแปลงไปให้ดูครับ

ก่อนอื่นให้สร้างการคำนวณยอดผ่อนต่องวดของซักสถานการณ์นึงให้ได้ก่อน ซึ่งเราจะใช้สูตร PMT ในการคำนวณดังภาพ

=PMT(rate,nper,pv,

[fv],[type])
=PMT(อัตราดอกเบี้ยต่องวด,จำนวนงวดผ่อน,เงินต้น ให้ใส่ติดลบ เพราะ cash flow คนละทิศกัน)
หมายเหตุ: ตัวอื่นเป็น optional ไม่ต้องใส่ก็ได้ครับ

pmt-1

จากนั้นเราก็สร้างตารางสรุป ว่าจะให้ค่าเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยช่องหัวมุมให้ Link สูตรไปยังคำตอบ (B6) ให้เรียบร้อยก่อน

pmt-2

จากนั้นกดสร้าง Data Table โดยไปที่ [Data]==>Data Tools==>What If Analysis ==> Data Table…

  • Row Input Cell (Row=แนวนอน) ดังนั้นต้องเลือก จำนวนปีที่จะผ่อน คือ B2 (เพราะเรียงตัวอยู่ในแนวนอน )
  • Column Input Cell (Column=แนวตั้ง) ดังนั้นต้องเลือก อัตราดอกเบี้ย คือ B4 (เพราะเรียงตัวอยู่ในแนวตั้ง )

pmt-3

เมื่อกด OK ก็จะได้ตารางสรุปดังรูป

pmt-4

พอปรับ Number Format หรือใส่ Conditional Format ก็จะสวยงาม อ่านง่ายขึ้น

pmt-5

แต่พอมานึกดูในความเป็นจริงใครจะให้ผ่อนเป็นเลขเศษประหลาดแบบนี้?
เราเลยมาแก้สูตรในช่อง B6 โดยใส่ ROUNDUP ครอบเข้าไปให้ปัดเศษหลักร้อย โดยใส่ Argument สุดท้ายเป็น -2 ซะ (ถ้าปัดหลักพันก็ใส่ -3)

สังเกตว่าผลลัพธ์ในช่องตารางผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยนตามโดยอัตโนมัติ นี่แหละครับความสามารถของ Data Table ที่ใช้ความเจ๋งของการเขียนสูตรซึ่งจะอัปเดทผลลัพธ์ทันทีเมื่อแก้ข้อมูลต้นทางได้เลย

pmt-6

ทีนี้เราก็สามารถดูได้เลยว่า ถ้าจะกู้ธนาคาร 1 ล้านบาท จะต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่? ซึ่งถ้ายอดเงินกู้เปลี่ยน คุณก็ไปแก้ที่ B1 ได้เลย หรือถ้าเลขไม่ยากมากจะคิดในใจก็ได้ (ถ้ากู้ 2 ล้าน ก็เอายอดผ่อนคูณ 2 …ถ้ากู้ 10 ล้านก็คูณ 10 ได้เลยครับ)

Tips1 : ถ้าอยากจะลองอัตราดอกเบี้ยอื่น หรือ ระยะเวลาผ่อนอื่นก็แก้ค่าที่หัวตารางและด้านซ้ายของตารางได้เลย แต่ถ้าจะเพิ่มสถานการณ์อื่นเข้าไปอีก เราต้องกดลากครอบแล้วสร้าง Data table ใหม่ เราไม่สามารถลากเพิ่มหรือลบบางส่วนได้เพราะว่า Data Table เป็นการเขียนสูตรแบบ Array Formula ถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งก้อนครับ

Tips2 : ถ้าคุณทำตารางแบบนี้แล้วถ่ายรูปเอาไว้ในมือถือ คุณก็ได้เลขคร่าวๆ แบบเร็วๆ เอาไว้คุยกับธนาคารหรือคนที่คุณจะปล่อยเช่าได้เลยครับ (ถ้าปล่อยเช่าได้มากกว่าที่ผ่อนกู้ ก็กำไรเหนาะๆ)